อาการ เจ็บคอ คืออะไร

อาการ เจ็บคอ คือ ภาวะที่มีความรู้สึกระคายเคือง แสบ หรือปวดบริเวณลำคอ โดยเฉพาะเวลาพูด กลืนอาหาร หรือดื่มน้ำ ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุในลำคอ หรือสาเหตุอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การใช้เสียงมากเกินไป การสูดอากาศแห้งหรือมลพิษเข้าไป หรือแม้แต่โรคภูมิแพ้ อาการคออักเสบอาจมาพร้อมกับอาการอื่น

ตอนที่ 1 : เจ็บคอเกิดจากอะไร?

ตอนที่ 2 : เจ็บคอแบบไหนอันตราย?

ตอนที่ 3 : กินอะไรดีตอนเจ็บคอ?

ตอนที่ 4 : วิธีรักษาแบบไม่ต้องไปหาหมอ

ตอนที่ 5 : สรุป

เจ็บคอ เกิดจากอะไร?

เจ็บคอ

อาการคออักเสบ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ การติดเชื้อ และ ไม่ติดเชื้อ ดังนี้

เจ็บคอ แบบติดเชื้อ *พบได้บ่อย

  1. เชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดทั่วไป, ไข้หวัดใหญ่, โควิด-19, เริมในปาก ฯลฯ อาการมักร่วมกับไอ มีไข้ น้ำมูก เสียงแหบ
  2. เชื้อแบคทีเรีย เช่น คออักเสบจากเชื้อ Streptococcus (เรียกกันว่า “คอหอยอักเสบ”)คออักเสบมาก กลืนลำบาก อาจไม่มีน้ำมูก แต่มีไข้สูงและต่อมน้ำเหลืองโต
  3. เชื้อรา โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ติดเชื้อ HIV หรือใช้ยาสเตียรอยด์

เจ็บคอ แบบไม่ติดเชื้อ

  1. การระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม อากาศแห้ง ฝุ่น ควันบุหรี่ มลพิษ เครื่องปรับอากาศ 
  2. การใช้เสียงมากเกินไป พูดตะโกน ร้องเพลงนาน ใช้เสียงในพื้นที่เสียงดัง 
  3. กรดไหลย้อน น้ำย่อยจากกระเพาะย้อนขึ้นมาทำลายเยื่อบุลำคอ ทำให้ระคายเคือง 
  4. การแพ้ (ภูมิแพ้) แพ้ฝุ่น ขนสัตว์ หรือสารเคมีบางชนิด 
  5. การบาดเจ็บหรือการกลืนสิ่งแปลกปลอม เช่น ก้างปลา เศษอาหารแข็งๆ
  6. เนื้องอกหรือมะเร็งในลำคอ (พบน้อย) มักคออักเสบเรื้อรัง เสียงเปลี่ยน กลืนลำบาก น้ำหนักลด

เจ็บคอ แบบไหนอันตราย?

อาการคออักเสบแบบที่อันตราย และไม่ควรละเลย มักมีสัญญาณเตือนบางอย่างที่บ่งบอกว่าอาจไม่ใช่แค่หวัดธรรมดาหรือการระคายเคืองชั่วคราว หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที

สัญญาณของ “ เจ็บคอ แบบอันตราย ”

1.) คออักเสบร่วมกับไข้สูงเกิน 38.5°C 

  • โดยเฉพาะถ้าไข้ไม่ลดภายใน 2-3 วัน หรือมีหนาวสั่นร่วมด้วย 
  • อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง เช่น คออักเสบจากเชื้อสเตรป หรือฝีในลำคอ 

2.) คออักเสบมากจนกลืนอาหาร/น้ำไม่ได้เลย 

  • โดยเฉพาะถ้ากลืนเจ็บข้างเดียว หรือมีน้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ได้ 
  • อาจเป็นฝีหรือการติดเชื้อในโพรงคอ ซึ่งอาจบวมจนปิดทางเดินหายใจได้ 

3.) เสียงแหบเฉียบพลัน หรือหายใจเสียงดัง หายใจลำบาก 

  • อาจเป็นอาการของกล่องเสียงอักเสบอย่างรุนแรง หรือมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ 

4.) มีหนองหรือแผลในลำคอ

  • โดยเฉพาะถ้าเห็นจุดขาวหรือหนองบนต่อมทอนซิล
  • มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย และอาจลุกลามได้ 

5.) อาการไม่ดีขึ้นภายใน 5–7 วัน แม้กินยาและพักผ่อน

  • คออักเสบเรื้อรังอาจบ่งถึงโรคกรดไหลย้อน ภูมิแพ้ หรือแม้แต่มะเร็งในลำคอ (หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่) 

6.) คออักเสบร่วมกับผื่นขึ้นตามตัว

  • โดยเฉพาะในเด็ก อาจเป็นโรคไข้อีดำอีแดง (Scarlet fever) 

7.) คออักเสบข้างเดียวเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์

  • หากเสียงแหบ กลืนลำบาก น้ำหนักลด มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งในลำคอ

กินอะไรดีตอน เจ็บคอ ?

เจ็บคอ

เมื่อคุณมีอาการคออักเสบการเลือกกินอาหารที่ “เหมาะสม” สามารถช่วยบรรเทาอาการและฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้น โดยควรเลือกอาหารที่ อ่อน นุ่ม ชุ่มคอ ย่อยง่าย และหลีกเลี่ยงของแข็ง ของทอด หรือของเผ็ดร้อนที่อาจระคายคอเพิ่ม ทางที่ดีการเล่น หวยไว ไปด้วย อาจจะทำให้ผ่อนคลายมากขึ้น

อาหารที่ “ควรกิน” ตอนคออักเสบ

1.) น้ำซุปอุ่นๆ หรือซุปไก่ : ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ลดการระคายคอ มีโปรตีนจากไก่และเกลือแร่ ช่วยฟื้นฟูร่างกาย 

2.) ข้าวต้ม/โจ๊ก : อ่อนนุ่ม กลืนง่าย ย่อยง่าย สามารถเติมเนื้อสัตว์อ่อน เช่น ไก่ต้ม หมูสับ ไข่ลวกได้ 

3.) ผลไม้ที่วิตามินซีสูง และไม่เปรี้ยวจัด : เช่น ฝรั่ง มะละกอ แตงโม ส้มหวาน (หลีกเลี่ยงมะนาวหรือส้มเปรี้ยวจัด) ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ 

4.) น้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นหรือมะนาวเล็กน้อย : น้ำผึ้งมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ช่วยเคลือบคอและบรรเทาอาการไอ ควรดื่มวันละ 2–3 ครั้ง 

5.) ไข่ต้ม ไข่ลวก : ย่อยง่าย มีโปรตีนคุณภาพสูง ช่วยซ่อมแซมร่างกาย 

6.) ชาร้อนสมุนไพร เช่น ชาคาโมมายล์ ขิง หรือชะเอม : ช่วยลดอาการอักเสบ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอ และลดเสมหะ

อาหาร/เครื่องดื่มที่ “ควรหลีกเลี่ยง”

1.) อาหารทอด/มันจัด

2.) ของเผ็ด รสจัด เช่น พริก มัสตาร์ด

3.) น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

4.) อาหารแข็ง กรอบ หรือที่ต้องเคี้ยวเยอะ

5.) ผลไม้เปรี้ยวจัด เช่น สับปะรด มะนาว มะยม

วิธีรักษา คออักเสบ แบบไม่ต้องไปหาหมอ

คออักเสบ (Pharyngitis) มักเกิดจากเชื้อไวรัส และสามารถหายได้เองใน 3–7 วันโดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ หากอาการยังไม่รุนแรง คุณสามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ด้วยวิธีธรรมชาติและปลอดภัยดังนี้

1.)  ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ช่วยให้คอชุ่มชื้น ละลายเสมหะ และลดการระคายเคือง เลี่ยงน้ำเย็นจัด เพราะอาจทำให้คออักเสบมากขึ้น 

2.) กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว + เกลือครึ่งช้อนชา แล้วกลั้วคอวันละ 2–3 ครั้ง ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดอาการบวมแดงในลำคอ 

3.) ดื่มน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวหรือน้ำอุ่น น้ำผึ้งมีฤทธิ์ต้านเชื้อโรค เคลือบคอ ช่วยลดการระคายเคืองและอาการไอ 

4.) จิบน้ำขิงอุ่น ขิงมีสารต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการคออักเสบและเสมหะเหนียว 

5.) พักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้นเมื่อได้พัก หลีกเลี่ยงการใช้เสียงมาก หรือพูดเสียงดัง 

6.) ใช้น้ำมันยูคาลิปตัสสูดดม หยดในน้ำร้อนแล้วสูดไอ หรือใช้เครื่องพ่นไอน้ำ ช่วยเปิดโพรงจมูก ลดเสมหะ และบรรเทาอาการคออักเสบ

สรุป

อาการคออักเสบเกิดได้หลายสาเหตุมากๆ ไม่ว่าจะเป็น อากาศ อาหารการกิน อาการแพ้ และอื่นๆ และวิธีรักษาเบื้องต้นง่ายๆที่สามารถทำเองได้ที่บ้านแต่หากว่า 5-7 วันแล้วไม่หายแนะนำให้ไปหาหมอนะครับ